Site icon ไปคนเดียว+

ญี่ปุ่นเที่ยวได้แล้ว | โตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ นาโกย่า

อัพเดทญี่ปุ่น2022 ,ญี่ปุ่น ,โตเกียว ,ฟูจิ ,นาโกย่า ,รีวิวญี่ปุ่น ,ที่เที่ยวญี่ปุ่น ,ที่เที่ยวโตเกียว ,ที่เที่ยวฟูจิ ,รีวิวญี่ปุ่น2022 ,ญี่ปุ่นเที่ยวได้แล้ว ,ไปกันเจแปน ,ทัวร์ญี่ปุ่น ,UnithaiTrip ,Tokyo ,Fuji ,Nagoya ,Japan ,ReviewJapan
#อัพเดทญี่ปุ่น2022 ทริปโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ นาโกย่า
สำหรับคนรอไม่ไหว คิดถึง “ญี่ปุ่น” อยากไปมากๆ เหมือนกันกับผม สามารถไปเที่ยวได้แล้วนะครับ และนี่เป็นทริปที่ คนไปคนเดียว มือใหม่มากๆ คนที่ไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย คนที่ขี้เกียจวางแพลน หรือคนที่คิดถึงจนทนไม่ไหวแบบผม ต้องห้ามพลาดเลย
***ทริปนี้ผมเดินทางช่วงเดือนมิถุนายน 2565 เป็นกรุ๊ปแรกๆ ที่ได้เข้าญี่ปุ่นหลังจากเปิด***

อย่างที่ผมเคยลงรีวิวก่อนหน้าแล้ว ว่าตอนนี้ “ญี่ปุ่น” เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว โดยจำกัดการเดินทางเข้าประเทศวันละ 20,000 คน ต้องขอวีซ่าก่อนเข้า และต้องเดินทางผ่านทัวร์เท่านั้นสำหรับนักท่องเที่ยวปกติ ที่ไม่ได้มีวีซ่าทำงานหรือ วีซ่าเยี่ยมญาติ

ซึ่งยังไม่มีกำหนดเปิด Free Visa ออกเลย ทำให้คนที่กำลังคิดถึงญี่ปุ่นแบบผม คือ คิดถึงมากๆ คิดถึงจนทนไม่ไหว เลือกใช้บริการทัวร์ตามที่ทางญี่ปุ่นกำหนดไว้ (ต้องบอกก่อนเลยว่าใครทนไหว ก็ทนกันต่อไปครับ แต่ผมไม่ไหวแล้ววววว)

เป็นทริปญี่ปุ่นในรอบเกือบ 3 ปี ของผม ทริปนี้ผมเดินทางกับ Unithai Trip เป็นทัวร์บริษัทแรกที่ยื่นวีซ่าญี่ปุ่นผ่าน เดินทางได้จริง มีโปแกรมให้เลือกเยอะ หลายประเทศทั่วโลก ที่สำคัญเค้าสามารถจัดแบบ Private ให้ได้ทุกแบบ ทุกเมือง ตามความต้องการได้เลย ใครอยากไปที่ไหนรีเควสกันได้เลย

มาดูกันว่า อัพเดท โตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ นาโกย่า 2022 จะมีที่ไหนบ้าง และแต่ละที่ จะเปลี่ยนไปหรือเปล่า


 วัดอะมะบิกิคันนง (Amabiki Kannon)


วัดอะมะบิกิคันนง (Amabikisan Rakuhouji or Amabiki Kannon)  หรือ วัดเจ้าแม่กวนอิมอะมะบิกิคันนง จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) เป็นวัดอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ไม่สูงมาก ช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่มีงานเทศกาลชมดอกไฮเดรนเยีย สามารถเดินไหว้พระไป ชมดอกไฮเดรนเยียไปได้ด้วย ที่สำคัญคือที่นี่ เข้าชมฟรีทุกโซนเลย มีดอกไฮเดรนเยียหลายสีเลย สวยมากๆ


วัดอาซากุสะ (Asakusa Temple)


วัดอาซากุสะ (Asakusa Temple) หรือ วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) อีกหนึ่งวัดดังที่ใครไปโตเกียวแล้วต้องห้ามพลาด เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ปกติคนจะแน่นมากๆ แต่ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการไปไหว้พระขอพรเลย ไฮไลท์ของวัดนี้นอกจากการไปขอพรก็คือ โคมสีแดงขนาดใหญ่ด้านหน้าประตูวัดที่นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเองนิยมมาถ่ายรูปกัน

ไปแล้วอย่าลืมกวักเงินเข้ากระเป๋ากันนะครับ


ถนนนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street)


เป็นถนนสายวัฒนธรรม แหล่งรวมของกิน ของฝาก ร้านอาหาร และขนมต่างเยอะมากๆ รวมถึงร้านขายหรือให้เช่าชุดกิโมโนที่ชาวญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวนิยมใส่ไปถ่ายรูป ใส่ไปไหว้พระในวัดวัดอาซากุสะ เพราะเป็นถนนที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับวัดอาซากุสะเลย เมนูเด็ดห้ามพลาดที่อยากแนะนำ เมล่อนปัง ที่สามารถกินเปล่าๆก็ได้หรือจะสั่งท้อปปิ้งเป็นไอศกรีมก็อร่อย

ร้านนี้ต้องห้าพลาดเลย เมล่อนปัง ขนมปังเมล่อน ที่สามารถกินเปล่าๆก็ได้หรือจะสั่งท้อปปิ้งเป็นไอศกรีมก็อร่อย ขนมปังอย่างเดียว ชิ้นละ 400 เยน ถ้าไส้ไอศกรีม ชิ้นละ 500 เยน

ไส้ไอศกรีมชาเขียวก็จะหน้าตาแบบนี้เลย


ชินจูกุ (Shinjuku)


ชินจูกุ (Shinjuku Shopping Street) ย่านช้อปปิ้ง ขนาดใหญ่ ที่รวมร้านค้าแบรนด์เนม ร้านขายสินค้าแฟชั่น ร้านขายสินค้าลดราคา สินค้ามือสอง ร้านขายเครื่่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหาร ศูนย์การค้าต่างๆ และย่านดัง Kabukicho ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว ที่มีทั้งร้านอาหาร ไนท์คลับ บาร์ โฮสคลับ ร้านปาจิงโกะ ร้านคาราโอเกะ โรงแรม โรงภาพยนตร์ รวมทั้งร้านขายสินค้าลดราคาต่างๆ แต่ไฮไลท์ของเราในย่านชินจูกุ ที่เราอยากมาเห็นก็ คือ แมวยักษ์ 3 มิติ ที่พึ่งเปิดตัวอย่างฮือฮาในโซเชี่ยล เป็นแมวเหมียวสามสีบนจอแอลอีดีขนาด 154 ตารางเมตร (1,664 ตารางฟุต) ที่อยู่บนตึก ซึ่งทำให้เราเห็นแมวขนาดใหญ่ แบบ 3 มิติ นอกจากนี้ยังมี UFO อีกด้วย

แวะไปหาน้องแมวยักษ์ 3 มิติ

มาญี่ปุ่นทั้งที อีกเมนูที่ห้ามพลาดเลย ก็คือ เนื้อย่าง ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสุดพรีเมี่ยมแถวชินจูกุ แนะนำร้านนี้เลย Rokkasen มี 2 สาขา สาขาหลักต้องจองก่อนเท่านั้นนะ ถ้าใครไม่ได้จองแบบเราร้านหลักจะแนะนำให้ไปอีกสาขานึงครับ

เนื้อวากิวดีงามมาก เป็นบุฟเฟ่ต์คนละประมาณ 9,715 เยน ครับ แต่ราคามีให้เลือกหลายราคานะครับ


ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)



ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) เป็นตลาดปลาที่มีชื่อเสียงในโตเกียว เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสด อาหารทะเลแห้ง ร้านของกินและร้านของฝาก คือใครชอบแนวเดินทางของกินสดๆ ในตลาดปลาต้องห้ามพลาดเลย ทั้งไข่หอยเม่น หอยนางรมตัวใหญ่มาก ปลาดิบ ปูต่างๆ และร้านเด็ดของนักท่องเที่ยว ร้านไข่หวาน

ไข่หวานทำสดๆ หอมๆ ร้อนๆ 100 เยน

ไข่หอยเม่นสดๆ

ราคาดีงามมากๆ

หอยนางรมตัวใหญ่มาก

ปูแกะให้แล้วแบบพร้อมกินมาก


ฮาราจูกุ (Harajuku)


อีกหนึ่งย่านช้อปปิ้งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แหล่งรวมแฟชั่น เสื้อผ้าแนวคอสเพลย์ อุปกรณ์แต่งตัว ข้าวของเครื่องใช้แนวตัวการ์ตูนต่างๆ รวมถึงของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักๆ เพียบ โดยเฉพาะ Takeshita Street เป็นย่านที่เราจะเห็นวัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวแนวคอสเพลย์เดินไปมาอยู่ในย่านนี้เยอะมากๆ และเราจะเห็นร้านขนมน่ารักๆ อย่างเครปในย่านนี้เยอะมากๆ และไปช่วงนี้ก็คือดีงาม คนไม่เยอะมากๆไม่ต้องเดินเบียดๆ แบบแทบมองไม่เห็นอะไรเลยแบบเมื่อก่อน
อีกมุมถ่ายรูป อยู่ในตึก Tokyu Plaza Omotesando Harajuku

ชิบูย่า (Shibuya)


อีกหนึ่งย่านดังของโตเกียวที่เป็นเหมือนจุดนัดพบ เป็นย่านที่คึกคักที่สุดในโตเกียว ครั้งนี้ผมไปถ่ายรูปแยกชิบูย่าจากด้านบนตึกศูนย์การค้า Magnet จุดถ่ายรูปจะอยู่ชั้นบนสุดของตึก ซึ่งถ้าจะเข้าไปถ่ายรูป จะต้องมีสั่งเครื่องดื่ม คนละ 1 แก้ว ราคาแก้วละ 550 เยน ด้านในมี 3 โซน โซนที่นั่งตรงทางเข้าร้าน โซนที่นั่งคาเฟ่ และโซนที่นั่งปิ้งย่าง จุดถ่ายรูปจะอยู่ที่โซนคาเฟ่ กับโซนปื้งย่าง แต่ทั้งสิงจุดจะมีกระจกกั้นเพื่อความปลอดภัย แล้วผมก็ลงมาถ่ายตรงแยก กับไปเยี่ยนน้องหมาฮาจิโกะ รูปปั้นน้องหมาที่ได้ขนานนามว่าเป็นสุนัขยอดกตัญญู ตรงแยกฝั่งสถานีรถไฟ
รูปปั้นน้องหมาฮาจิโกะ ตรงด้านหน้าสถานี

 Shinjuku Washington Hotel


ที่พักของผมในโตเกียว เป็นที่พักแรกของทริป อยู่ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้ง สามารถเดินจากที่พักไปย่าน ชินจูกุ ไปดูแมวยักษ์ 3 มิติ กับย่าน Kabukicho ได้เลย แล้วยังมีร้านอาหารและ FamilyMart อยู่ในที่พักด้วย อาหารเช้ามีห้องอาหารให้เลือก ถึง 2 ห้อง ห้องอาหารชั้นบนมองเห็นวิว บรรยากาศดีมากๆ


ศาลเจ้าฮาโกเน่ (Hakone Shrine)


อีกหนึ่งพิกัดสายมูต้องห้ามพลาด กับการมาขอพร เรื่องความรัก เสริมโชค ที่ศาลเจ้าฮาโกเน่ ศาลเจ้าเก่าแก่อายุมากกว่า 1300 ปี พร้อมไปถ่ายรูปเสาโทริอิริมทะเลสาบอาชิ เป็นศาลเจ้าที่สวยและบรรยากาศดีมากๆ รอบๆ ศาลเจ้ารายล้อมไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่สวยมาก วันที่ผมไปทะเลสาบอาชิมองเห็นแต่หมอกขาวโพลน เลยมองไม่เห็นเกาะที่อยู่ตรงข้ามกับเสาโทริอิ แต่สวยไม่แพ้กัน ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

 หุบเขาโอวาคุดานิ (Owakudani)


หมอกยังคงปกคลุมเมืองฮาโกเน่ และตามเรามาถึงหุบเขาโอวาคุดานิเลย ผมเลยได้แต่ถ่ายรูปกับไข่ดำด้านหน้าร้านของฝากกัน
หุบเขาโอวาคุดานิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองฮาโกเน่ (Hakone) จังหวัดคานางาวะ (Kanagawa) เป็นหนึ่งภูเขาไฟในญี่ปุ่นที่ยังคุกรุ่ เป็นหุบเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องแร่กำมะถัน ของขึ้นชื่อของที่นี่ ก็คือ ไข่ดำ (Kuro Tamago) ที่ต้มด้วยน้ำแร่กำมะถันที่ผุดขึ้นมา และคนญี่ปุ่นเชื่อว่าถ้าได้กินไข่ดำ 1 ฟอง จะอายุยืน 7 ปี เลยทีเดียว


ภูเขาไฟฟูจิ (Fuji Mountain)


“สวัสดีฟูจิ” เป็นคำที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ แต่ผมก็ยังชอบคำนี้อยู่ดี มันเป็นคำพูดสุดคลาสสิค ที่เหมือนบอกให้รู้ว่า “เราได้เจอกันแล้วนะภูเขาไฟฟูจิ” แล้วทริปนี้ก็ไม่พลาด ผมได้กลับมา “สวัสดีฟูจิ” อีกครั้ง เป็นฟูจิสีเขียวครั้งแรกของผมเลย ผมว่าสำหรับใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ภูเขาไฟฟูจิ กับทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko) ต้องเป็นลิสต์ลำดับต้นๆ ที่ต้องอยากมาอย่างแน่นอน

หมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai Village)


หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai Village) หรือ หมู่บ้านน้ำใส นั่นเอง เป็นหมู่บ้านมีน้ำที่ใสมากๆ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นน้ำที่ไหลมาจากภูเข้าไฟฟูจิ มีอยู่ 8 บ่อ แต่ละบ่อใสมากจนสามารถมองเห็นก้นบ่อได้เลย โดยเฉพาะบ่อที่มีความลึกถึง 8 เมตรแต่เราสามารถมองเห็นปลาที่แวกว่ายไปมาและก้นบ่อได้เลย นอกจากบ่อศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ยังเป็นหมู่บ้านที่วิวสวยมากๆ สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ได้เลย หมู่บ่านจะมี 2 โซน โซนแรกเป็นโซนเข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถเดินชมบ่อน้ำ พร้อมซื้อของกินและของฝากได้เลย อีกโซนมีค่าเข้าชม 600 เยน ต่อคน
โซนนี้ต้องเสียค่าเข้าชม คนละ 600 เยน
ฝาท่อที่หมู่บ้านน้ำใส
บ่อนี้ลึก 8 เมตร แต่น้ำก็ยังใสมากจนสามารถมองเห็นก้นบ่อได้เลย
บ่อแรกที่เราเดินมาเจอ
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ดีต่อสุขภาพ สามารถรองใส่ขวดแล้วชำระเงินได้เลย ขวดละ 150 เยน
ซอฟต์ครีมเลม่อนหอมกลิ่นเลม่อนมากๆ
โมจิย่าง หอมๆ หนึบหนับ
ของฝากน่ารักมากๆ

เรียนชงชาวิวฟูจิ


จากหมู่บ้านน้ำใส เราไปเรียนชงชากับ เซนเซ กันต่อ เป็นแพลนที่ทางทัวร์จัดให้ เราไปเรียนชงชาที่ชั้น 2 ของร้านของฝาก SHIKIDO DUTY FREE, KAWAGUCHIKO มีเซนเซ มาสอนการชงชาแบบญี่ปุ่นตั้งแต่การวอมอุปกรณ์ การชง และขั้นตอนการดื่ม และที่สำคัญเป็นการเรียนชงชาที่วิวดีมากๆ มองเห็นภูเขาไฟฟูจิ และทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko) สวยมากๆ และชั้นล่างของที่นี่เป็นร้านขายของที่ระลึก ทั้งโฟมล้างหน้าจากถ่านหิน เครื่องสำอางค์ต่างๆ และที่สำคัญคือ พนักงานที่นี่เป็นคนไทย เราเลยไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อถูกซื้อผิดเลย แล้วจากร้านสามารถเดินออกไปริมทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko)ได้อีกด้วย
วิวดีมากๆ
เซนเซที่มาสอนเราวันนี้

Yukari No Mori


ที่พักของผม ในฟูจิ เป็นที่พักที่บรรยากาศดีมาก ใหม่ สะอาด ห้องกว้าง ตกแต่งน่ารักมาก จากห้องพักสามารถมองเห็นวิวมุมสูงของภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย แล้วก็เป็นโรงแรมที่มีบุฟเฟ่ต์ปูไม่อั้น แถมมีออนเซ็นอีกด้วย ใครชอบแช่ออนเซ็นฟินแน่บอกเลย

ข้าวหน้าปลาไหล


ถ้าพูดถึง นาโกย่า เมนูเด็ดที่มานาโกย่าแล้วต้องห้ามพลาดเลย ก็คือ ข้าวหน้าปลาไหล และทริปนี้เราไปชิมร้านเด็ด しら河 栄ガスビル店 เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นมากินเยอะมากๆ รอคิว 1 ชั่วโมง ตัวข้าวหนุบหนับ ปลาไหลย่างสุกหอมๆ ไม่หวานไป
ซึ่งการกินข้าวหน้าปลาไหลของร้านนี้มีวิธีกิน 3 แบบ
แบบแรกกินเพียวๆ ข้าวกับปลาไหล
2 กินแบบใส่วาซาบิ
และสุดท้ายกินกับน้ำซุป
ซึ่งถ้าไม่บอกพนักงานจะไม่เอาน้ำซุปมาเสิร์ฟให้จนกว่าจะบอก
ส่วนใครชิมทั้ง 3 แบบแล้ว ถ้าชอบแบบไหนก็เลือกกินได้ตามใจเลย ใครมีโอกาสไปนาโกย่าลองแวะไปชิมกันได้

The B Nagoya


ที่พักของผมในนาโกย่า เป็นที่พักที่เดินทางสะดวกมากใกล้แหล่งช้อปปิ้ง และร้านข้าวหน้าปลาไหล เดินเล่นได้ชิลๆ สบายๆ เลย

และสำหรับแฟนเพจ “ไปคนเดียว+” ที่น่ารักทุกคน ผมมีส่วนลด 300 .- ต่อคน ให้ไปจองทริปกับ Unithai Trip กันด้วยครับ
.
Promotion Code : UNTPKDJP88
Line ID: @unithaitrip
02-234-5936

รีวิวบนแฟนเพจ : อัพเดทญี่ปุ่น2022 ทริปโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ นาโกย่า


#ญี่ปุ่น #โตเกียว #ฟูจิ #นาโกย่า #รีวิวญี่ปุ่น #ที่เที่ยวญี่ปุ่น #ที่เที่ยวโตเกียว #ที่เที่ยวฟูจิ #รีวิวญี่ปุ่น2022 #ญี่ปุ่นเที่ยวได้แล้ว #ไปกันเจแปน #ทัวร์ญี่ปุ่น #UnithaiTrip #Tokyo #Fuji #Nogoya #Japan #ReviewJapan

Exit mobile version