ครั้งแรกก็(หลง)รัก “ไต้หวัน” … เกาะเล็ก ๆ มีรูปทรงเหมือนใบไม้ ถ้าจะเปรียบเทียบกับคนไต้หวันเป็นเหมือนสาวลูกครึ่งจีน – ญี่ปุ่น ที่มีทั้งน่ารัก มีเสน่ห์ มีธรรมชาติที่สวยแบบประเทศจีน แต่ผู้คนแฝงนิสัยน่ารัก มีน้ำใจ ยิ้มแย้มตามสไตล์คนญี่ปุ่น ผสมผสานความเป็นเมืองที่มีเทคโนโลยีล้ำ ๆ ไปกับธรรมชาติอย่างไม่แปลกแยก แถมยังสอดแทรกศิลปะไปกับวิถีชีวิตผู้คนได้อย่างน่าหลงใหลมาก ๆ ไม่แค่นั้นไต้หวันยัง มีของกินอร่อย ๆ ให้ได้เลือกชิมมากมาย
เพราะแบบนี้ถึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมเราถึงหลงรักไต้หวันตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน
——————————————
ยิ่งเดี๋ยวนี้การเดินทางไปไต้หวันก็ง่ายแสนง่าย เพราะนอกจากจะฟรีวีซ่าแล้ว ตอนนี้สายการบิน Thai Lion Air ได้เปิดเส้นทางใหม่ ดอนเมือง -ไทเป อีกด้วย ซึ่งในทริปนี้เราก็เดินทางด้วยสายการบิน Thai Lion Air เครื่องลำใหม่ Boeing 737-800 มีความพิเศษที่เบาะหนังนั่งสบายกว่าปกติ กว้างถึง 31 นิ้ว และยังมีบริการ Lion Meal สามารถสั่งจองอาหารล่วงหน้าได้ในราคาที่ถูกกว่า คุ้มค่าแถมรสชาติสุดพรีเมี่ยมมาก ๆ
สำหรับบริการ Thai Lion Air เดินทางจาก ดอนเมือง – ไทเป ราคาเริ่มต้นเพียง 2,955.- ราคานี้รวมกระเป๋าแล้ว 20 กิโล แล้วด้วยนะ ใครกำลังจะไปไต้หวันแอดมินแนะนำว่าห้ามพลาดเลย!!
#รายละเอียดเพิ่มเติม
เว็บไซต์ : www.lionairthai.com
——————————————
#มาเริ่มทริป(หลง)รักไต้หวันกันเถอะ
ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง เครื่องลงปั๊บก็ขอเติมพลังกันหน่อย สำหรับมื้อแรกที่ไต้หวันเราขอฝากท้องไว้ที่เมืองเย่หลิ่ว กับบุฟเฟ่ต์ที่ Fisherman’s Kitchen ภายในโรงแรม Boutix Resort Hotel มีทั้งอาหารทะเล อาหารญี่ปุ่น และอาหารจีน มื้อแรกก็ฟินแล้วอาหารทะเล หมึก ปู หอย จัดเต็มมาก สำหรับโรงแรมนี้ตกแต่งสไตล์บูทิค ที่นอกจากห้องพักสุดหรูแล้ว ที่นี่ยังแยกสัดส่วนสำหรับกิจกรรมสนุก ๆ อย่างเช่น สนามเด็กเล่น , สระว่ายน้ำในร่ม , ฟิตเนส , ซาวน่า ฯลฯ
อิ่มแล้วก็เที่ยวต่อได้
ที่แรกที่เราไปก็คือ อุทยานเย่หลิว Yehliu Geopark
บางคนก็เรียกที่นี่ว่าอุทยานหินประหลาด เพราะว่าหินที่นี่จะมีรูปร่างหรือรูปทรงต่าง ๆ คล้ายกับสิ่งที่คนจินตนาการไว้ มีทั้งหินช้าง หินคิงคอง หินเห็ด เยอะแยะไปหมด แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุด หรือเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่เลยก็คือ “หินเศียรราชินิ”
(ใครที่ขี้เกียจเดินลงไปถ่ายรูปที่ชายหาด ที่นี่เค้าสร้างหินจำลองไว้ด้านบน สามารถถ่ายภาพที่นี่แทนได้ ) … วันที่แอดมินไปฝนตกพรำ ๆ เดินเล่นถ่ายรูปได้แป๊ปเดียวก็ต้องกลับแล้ว แอบเสียดายเหมือนกัน
ก่อนจะไปเที่ยวที่ต่อไป แวะเอาสัมภาระเข้าไปเก็บที่โรงแรมกันก่อนดีกว่า คืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรม DANCEWOODS เมืองอี๋หลาน
… ครั้งแรกที่เข้ามาในโรงแรมแทบแยกไม่ออกว่าเรากำลังอยู่ที่ญี่ปุ่นหรือไต้หวันกันแน่ เพราะที่นี่ใช้ธีมญี่ปุ่นเป็นธีมหลักของทั้งโรงแรม เน้นความเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติ ที่นี่เราจะได้เห็นสวนญี่ปุ่น บ่อปลาคราฟ และแกลอรี่โชว์งานศิลปะ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการชมวิธีการชงชา และชิมชารสชาติต้นตำหรับด้วย
ได้เวลาตะลุยราตรีแล้ว และที่เที่ยวยามค่ำคืนที่ห้ามพลาดของเมืองอี๋หลันก็คือ Loutong Night Market นั่นเอง
ใครอยากดูวิถีชีวิตของผู้คนยามค่ำคืนห้ามพลาด คืนนี้เราขอฝากท้องไว้ที่นี่แหละ เพราะมีของกินมากมายให้เลือกไม่ว่าจะเป็นอาหารร้านดังไปจนถึงอาหารแบบท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารแนวสตรีทฟู้ด และเมนูที่ห้ามพลาดเลยถ้ามาที่นี่คือ “เต้าหู้เหม็น” ถึงชื่อจะดูไม่น่ากิน แต่จะบอกว่า “อร่อยมากกก” … ไต้หวันเป็นอีกประเทศที่ตลาดกลางคืนได้รับความนิยมมาก มีประวัติความเป็นมามากกว่า 100 และตอนนี้ทั้งเกาะไต้หวันมีตลาดกลางคืนประมาณ 103 แห่ง เลยทีเดียว
เช้านี้เราจะไปเที่ยวกันต่อที่เมืองจีหลง ไต้หวันนอกจากเป็นเมืองที่มีที่เที่ยวธรรมชาติเยอะแล้ว ที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้อย่างพิพิธภัณฑ์ก็เยอะเช่นกัน อย่างที่ YM Oceanic Culture and Art Museum
จะเป็นพิพิธภัณ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการเดินเรือของชาวไต้หวัน เส้นทางการเดินเรือ การท่องเที่ยวทางทะเล ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เอกลักษณ์ของที่นี่คือลักษณะตึกที่เป็นตึกเก่าซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมืองจีหลง
เดินเล่นถ่ายรูปชิลล์ ๆ ลัดเลาะตามชายฝั่งทะเล เพื่อไปชมงาน 2017 Keelung City Expo
โชคดีเรามาตรงช่วงที่เค้ากำลังจัดงานกันพอดี หลังจากที่ฝนตกเมื่อวานเกือบทั้งวัน วันนี้เราเลยได้เจออากาศดี ๆ
ได้เวลากินอีกแล้ว! มื้อนี้กินกันที่ร้าน Yu Pin Hsuan Seafood Restaurant
ต้องบอกว่าเมืองจีหลงนี่อาหารทะเลเค้าอร่อยไม่แพ้ใครเหมือนกัน อร่อยทุกอย่าง
ไปเที่ยวกันต่อที่ พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำและหมู่บ้านแมวเมืองหูต่ง Houtong Cat Village
ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันนี่เอง … จุดแรกที่พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำ เราจะไปเที่ยวชมการทำงานในเหมืองทองด้วยการนั่งรถไฟลอดใต้อุโมงค์ ซึ่งรถไฟที่เรานั่งเป็นรถไฟคันเก่าที่เคยใช้งานจริง ๆ ด้วยนะ เวลานั่งเราก็จะรู้สึกอินหน่อย ได้กลิ่นอายของบรรยากาศในอดีต
ต่อจากนั้นก็เดินข้ามสะพานไปยัง หมู่บ้านแมวเมืองหูต่ง Houtong Cat Village
… ไปหมู่บ้านแมวไฮไลท์ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากน้องแมวตัวฟู ๆ ที่นอนกันอยู่เต็มไปหมด เลือกเอาเลยอยากถ่ายรูปคู่กับน้องตัวไหน ลูบหัวได้นะ แต่น้องจะมีความอินดี้หน่อยไม่ยอมให้อุ้ม แต่ละจุดที่เดินผ่านก็จะมีภาพวาดน้องแมวเต็มไปหมด ที่นี่ยังมีของที่ระลึกน่ารัก ๆ กับขนมพื้นเมืองให้เลือกซื้อเป็นของฝากด้วยนะ
มาถึงอีกสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของทริปไต้หวัน ตลาดโบราณจิ่วเฟิ่น
เป็นหมู่บ้านบนเนินเขาที่ยังอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนแบบโบราณเอาไว้เป็นอย่างดี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านขนมอร่อย ๆ ของกินท้องถิ่น ขนมอร่อยที่แอดมินขอแนะนำก็คือ บัวลอยไต้หวัน คล้าย ๆ บัวลอยบ้านเราแต่แป้งจะชิ้นใหญ่กว่า ส่วนรสชาติน้ำกะทิจะคล้าย ๆ ของไทยแต่รสชาติไม่ค่อยหวาน กินเพลิน ๆ เลย อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ไอศกรีมถั่วตัด รสชาติหวานมัน ต้องลองอดทนต่อแถวหน่อยได้กินของอร่อยแน่ และที่จิ่วเฟิ่นมีตรอกซอกซอยค่อนข้างเยอะ แอดมินแนะนำว่าถ้าอยากเดินให้สนุกต้องเผื่อเวลาหน่อย ถ้ามาถึงเย็นเกินไปอาจจะเดินได้ไม่ทั่ว
เดินเล่นเพลิน ๆ ถึงเวลากินข้าวเย็นอีกแล้ว มื้อนี้เราฝากท้องไว้ที่ร้าน Youxin Seafood Restaurant
จัดหนักจัดเต็มอีกเหมือนเดิม อร่อยทุกอย่างอีกแล้ว
ทริปนี้นอกจากเที่ยวเยอะแล้ว สีสันอีกอย่างคือเราได้เปลี่ยนบรรยากาศที่พักกันทุกวัน คืนนี้เราพักกันที่ Hotels 6 Star Motel by 168 H&M Group
เมืองเถาหยวน ความเท่ของที่นี่คือเราสามารถนำรถเข้ามาจอดแล้วเข้าไปนอนได้เลย ห้องพักให้ความรู้สึกเรียบหรู เครื่องอำนวยความสะดวกพร้อม
ทริปนี้เรามีโอกาสได้แวะไปดูโรงแรมสไตล์ใหม่ที่เหมาะกับเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลาย i hotel – Zhongli Flagship
โรงแรมถูกออกแบบในธีม eSports มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักกีฬา eSports ระดับอาชีพภายในห้องพัก มีพื้นที่เฉพาะสำหรับกีฬา eSports ภายในล็อบบี้ และ WiFi ฟรีทั่วบริเวณ ส่วนที่ห้องพักมีคอมพิวเตอร์แบรนด์คุณภาพพร้อมกราฟิกการ์ดชั้นสูง ระบบเสียง และเก้าอี้ eSports อีกด้วย
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสับปะรดเป็นของขึ้นชื่อของไต้หวัน ทริปนี้เราเลยมีโอกาสได้มาเที่ยวชมโรงงานผลิตของฝากสุดฮิตใน New Taipei City นั่นก็คือ โรงงานผลิตพายสับปะรดแบรนด์ เหว่อเก๋อ
นอกจากจะได้ดูการผลิตแล้วยังมีโอกาสได้ลงมือทำพายสับปะรดเองอีกด้วย พอทำเสร็จแล้วก็เอาใส่กล่องกลับบ้านได้เลย … ใครอยากซื้อของฝากที่นี่ก็สามารถซื้อพายสับปะรดกลับไปเป็นของฝากได้
ถึงเวลามื้อเที่ยงอีกแล้ว มื้อนี้เราจะมากินอาหารจีนกันที่ร้าน MALAYA RESTAURANT
อาหารรสชาติอร่อยอีกแล้ว มาไต้หวันทริปนี้กินอะไรก็อร่อย
อิ่มแล้วก็มานั่งรถเที่ยวกันดีกว่า
… Taipei Sightseeing คือกิจกรรมนั่งรถบัส 2 ชั้นชมเมือง เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงต้นปี หลังจากที่เกาสงประเดิมให้บริการรถบัสสองชั้นไปเมื่อปีที่แล้วปีนี้ก็ถึงคิวของไทเปซะที
โดยจะมีบริการอยู่ 2 สาย คือ
สายสีแดงเน้นเที่ยวในตัวเมืองTaipei Main Station → MRT Ximen → Presidential Office Building → Taipei Guest House → Xinyi Road → Yongkang Street → MRT Daan Park → Tonghua Street → Taipei 101 → MRT Taipei City Hall → MRT S.Y.S. Memorial.Hall → MRT Zhongxiao Dunhua → MRT Zhongxiao Fuxing → Huashan1914 Creative Park
ระยะทาง 20 กม. ใช้เวลา 110 นาที
ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น.
สายสีน้ำเงินเน้นเที่ยวนอกเมือง Taipei Main Station → MRT Ximen → Xinyi Road → The Ambassador Hotel → Taipei Fine Arts Museum → MRT Jiantan → Shilin Official Residence → National Palace Museum (Gugong)
ระยะทาง 23.5 กม. ใช้เวลา 110 นาที
ตั้งแต่เวลา 09.10-22.20 น.
ค่าโดยสารมีหลายรูปแบบ คือ (ขึ้น-ลงไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
- ตั๋ว 4 ชม. ราคา NT$300
(ตอนนี้มีโปรโมชั่น : เดินทาง 2 คน แถมฟรี 1 คน)
- ตั๋วกลางวัน ราคา NT$500 (09.00-18.00 น.)
- ตั๋วกลางคืน ราคา NT$400 (18.00-23.00 น.)
- ตั๋ว 1 วัน ราคา NT$700
- ตั๋ว 2 วัน ราคา NT$1,200
- ตั๋วพิเศษ ครึ่งราคา สำหรับเด็กอายุต่ำกว่าหรือเท่ากับ 12 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป (คนต่างชาติไม่มีสิทธิ์)
ถ้าไม่ซื้อตั๋วแบบเหมา ยังจ่ายเป็นรายครั้งผ่าน EasyCard / iPASS ก็ได้
รถบัสชมเมืองพาเรามาถึงตึก101 ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของไทเป และที่นี่ยังเป็นตึกที่สูงที่สุดของไต้หวันอีกด้วย
นั่งรถชมเมืองแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้อีกอย่างคือการเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (Chiang Kai-Shek Memorial Hall) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับอดีตผู้นำ บรรยากาศที่นี่ทำให้รู้สึกถึงความอลังการ สง่า สมกับที่เป็นสถานที่สำคัญของประเทศไต้หวันจริง ๆ ที่นี่เราจะได้ชมการสวนสนามของเหล่าทหารก่อนเคารพธงชาติ จะเป็นช่วงเวลาที่ทหารเปลี่ยนเวร … ถือว่าเป็นอีกแลนด์มาร์คที่ต้องมา โดยเฉพาะคนที่เพิ่งมาไต้หวันเป็นครั้งแรก
คืนนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศมาพักกันที่ Midtown Richardson Hotel
(เป็นโรงแรมในเครือ City Suites) เป็นที่พักกลางเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับ ซีเหมินติง (Ximending) “สนามสแควร์แห่งไทเป” ถนนคนเดินและย่านช๊อปปิ้งยอดฮิตของวัยรุ่นไต้หวัน ในย่านนี้คึกคักตั้งแต่เที่ยงเรื่อยไปถึงเที่ยงคืน
ในไทเปมีโรงแรมที่น่าสนใจหลายที่ อย่างโรงแรม PAPA WHALE
ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ถ้าใครจะมาไทเปและต้องการที่พักดี ๆ แอดมินแนะนำที่นี่เลย … ที่นี่จะตกแต่งสไตล์ Loft ให้ความรู้สึกเรียบเท่ ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ตั้งอยู่ในเมืองเดินทางไปที่ต่าง ๆ ได้ง่าย
สำหรับใครที่ชอบหม่าล่าแนะนำว่าไม่ควรพลาดร้าน TAKAO 1972
เป็นร้านอาหารในเครือ City Suites ร้านนี้คนเยอะมาก ไฮไลท์อยู่ที่ซุปหมาล่าที่หอมกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพร ใครที่ไม่ชอบกินอาหารรสจัดมากก็กินได้ ชาบูของที่นี่ จะมีให้เลือกเป็นเซ็ตเนื้อ เซ็ตหมู และเซ็ตซีฟู้ด กินคนละเซ็ตก็อิ่มแล้ว
ซีเหมินติง
เป็นถนนคนเดินที่คึกคักตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ที่นี่รวบรวมร้านแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับมากมาย รวมถึงอาหารกินเล่น กินจริง ๆ จังๆ และ Mala Yuanyang Hotpot Buffet (ชาบูหม่าล่าที่ตอนนี้กำลังฮิตมาก ๆ เหมือนที่ประเทศไทย) ที่ลูกค้าต้องมาเข้าคิวก่อนร้านเปิดทุกวัน ในย่านนี้มีถึง 3 สาขา ใครที่อยากลองชิมแนะนำว่าให้รีบไปหน่อยนะ คนเยอะมาก
จบทริปไต้หวันครั้งแรกไปอย่างประทับใจสุด ๆ … ไต้หวันยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศแบบไม่ต้องใช้วันหยุดเยอะและค่าเดินทางไม่แพง แอดมินแนะนำเลยว่าไต้หวันเหมาะที่สุดแล้ว ยิ่งตอนนี้สายการบิน Thai Lion Air เปิดเส้นทางใหม่บินตรงถึงไทเปในราคาประหยัดด้วย คุ้มสุด ๆ ไปเลยล่ะ และสุดท้ายขอขอบคุณการท่องเที่ยวไทเปที่ช่วยอำนวยความสะดวก แนะนำสถานที่ต่างๆ ให้ด้วย … บอกเลยใครที่มาเที่ยวที่นี่ รับรองว่าถ้าได้ไปจะต้อง(หลง)รักไต้หวันเหมือนแอดมินแน่นอนเลย
ใครที่เคยไปมาแล้วบ้าง เอารูปมาอวด มาแชร์กันได้นะครับ
#ไต้หวัน #ไทเป #ไต้หวันครั้งแรก #ไลน์ออนแอร์ #LionAir#ThaiLionAir #LionMeal #TAIPEI #ThaiLionAirFlyToTaipei#TaiwanTourism #TimeforTaiwanBKK #ชาบูหมาล่า
………………………………………………………..
รีวิวบนเพจ : TAIWAN ครั้งแรกก็(หลง)รัก
………………………………………………………..
#ไปคนเดียวด้วยกันมั้ย? #ไปคนเดียว #ไปด้วยกัน #ไปคนเดียวบวก #ไปคนเดียวพลัส
“เพราะเรา…อยากให้ทุกคนกล้าที่จะออกมาเที่ยวไปด้วยกัน” 🙂
แฟนเพจ : www.facebook.com/paikondieow/
Instagram : https://www.instagram.com/paikondieow/
[supsystic-gallery id=127]